ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราจะได้ยินคำทำนายที่น่ากลัวจาก คุณสมิทธ อีกครั้ง
หากใครพอจะจำได้ เมื่อหลายปีก่อน ครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว เกิดคลื่นยักษ์ซึนามิ ขึ้นที่บริเวณจังหวัดที่อยู่ชายฝั่นทะเลอันดามันของประเทศไทย
ทำให้เกิดคนตายทั้งไทยและต่างชาติ ครั้งนั้นท่านสมิทธ ได้เตือนแล้วให้ระมัดระวังภัยพิบัติครั้งนี้
ผลตอบรับที่ได้กลับมาในแง่ลบ จนท้ายที่สุดเหตุการณ์ที่ท่านได้กล่าวไว้ก็เป็นจริง
มาครั้งนี้ จากการที่ท่านได้เฝ้าติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ท่านก็ได้เตือนชาวไทยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อยู่ในแถบภาคกลาง
รวมถึง เมืองหลวงของไทยในขณะนี้ด้วย คือ กรุงเทพมหานคร ของเรา
ท่านได้กล่าวว่า
“ส.ค.-ต.ค.”พายุใหญ่ ถล่มไทยสมิทธฟันธง “กทม.จมใต้บาดาล”
สมิทธ ฟันธง ส.ค.-ต.ค. พายุใหญ่ถล่มประเทศไทย ทำให้กทม.จมบาดาล ระบบประปาพินาศ คนเมืองหลวงไม่มีน้ำใช้ จี้หน่วยงานรัฐเร่งหามาตรการรับมือโดยด่วน ขณะที่อดีตนายกสภาวิศวกรรมสถานฯ หวั่น วัดพระแก้ว เสียหายหากเกิดน้ำท่วมพระบรมมหาราชวัง
ดร.สมิทธ กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ กทม.อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากรอยเลื่อน 2 รอย คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี หากเกิดแผ่นดินไหวซ้ำขึ้นมาอีก เชื่อว่าจะส่งผลให้เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์แตก และทำให้น้ำปริมาณกว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลทะลักเข้าสู่ จ.ราชบุรี จ.นครปฐม และ กทม.
“กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนดินเลน เมื่อได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแล้ว ระยะสั่นสะเทือนจะขยายตัว 2-3 ริกเตอร์ ทำให้อาคารที่สูงไม่เกิน 6 ชั้น อาจแตกร้าวและพังทลายลงมา ส่วนอาคารสูงไม่น่าเป็นห่วง เพราะวิศวกรได้ออกแบบอาคารไว้รองรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีความพร้อมในการรับมือกับแผ่นดินไหว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงอาจทำให้เกิดความเสียหายมาก” ดร.สมิทธ กล่าว
ดร.สมิทธ ธรรมสโรช
ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า ภัยที่เกิดจากน้ำท่วมขัง เนื่องจากสภาวะโลกร้อนขึ้นนั้น จากสถิติไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าพายุที่เกิดในมหาสมุทรอินเดียจะมีแรงลมสูงมากถึงขนาดเป็นไซโคลน แต่ตอนนี้เกิดขึ้นแล้ว คือ พายุไซโคลนนาร์กีส ซึ่งมีความเร็วลมสูงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อขึ้นฝั่งในลุ่มน้ำอิระวดีในพม่า แรงลมสูงสุดถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความรุนแรงถึงระดับ 4
“ผมขอทำนายว่าในเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมนี้ จะมีพายุขนาดใหญ่พัดถล่มประเทศไทย ทางด้านอ่าวไทย ไล่ตั้งแต่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.เพชรบุรี เข้ามา ซึ่งอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ สตรอม เสิร์ช (Strom Search) หรือ น้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้น้ำทะเลไหลเข้ามาถึงบริเวณปากอ่าวเจ้าพระยา และเข้าท่วมพื้นที่ กทม. โดยกว่าจะไหลย้อนกลับสู่ทะเลต้องใช้เวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์ และหากท่วมเหนือคลองประปา จะทำให้ประชาชนไม่มีน้ำในการอุปโภคบริโภค” ดร.สมิทธ กล่าว
ด้าน นายต่อตระกูล กล่าวว่า มีความเป็นห่วงว่าหากเกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นจริงจะทำให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญหลายแห่งเสียหายโดยเฉพาะวัดพระแก้ว ซึ่งก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ไม่ได้มีการฝังเสาลงดิน หากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่พระบรมมหาราชวังก็จะทำให้เสื่อมความแข็งแรงลงอย่างรวดเร็ว หลังการเสวนา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ดร.วัฒนา กันบัว ผู้อำนวยการฝ่ายอุตุนิยมวิทยาทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดพายุใหญ่พัดถล่มประเทศไทยตามที่ ดร.สมิทธ กล่าวในการเสวนา ดร.วัฒนา ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม อาจจะเกิดพายุใหญ่ถล่มประเทศไทย เพราะช่วงดังกล่าวเป็นช่วงฤดูฝน อยู่ระหว่างช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าประเทศไทย
จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าช่วงดังกล่าวมีพายุพัดถล่มประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง อย่างเช่น พายุไต้ฝุ่นเกย์ พายุไต้ฝุ่นลินดา ที่สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อนก็เกิดขึ้นในช่วงนี้ ดร.วัฒนา กล่าวต่อว่า สภาวะโลกร้อนอาจส่งผลให้ความรุนแรงของพายุเพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า หากพายุพัดเข้าสู่พื้นที่ที่เป็นเมืองก็อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะหากพายุเคลื่อนเข้าประเทศไทยทางฝั่งภาคตะวันออกจะทำให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ กทม.โดยตรง ซึ่งมีความเป็นห่วงว่า หากมีพายุพัดเข้าบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่ กทม.
เนื่องจากขณะนี้แม้จะมีการสร้างเขื่อนกั้นริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาในหลายจุด แต่การสร้างเขื่อนที่ผ่านมาทำเพื่อรองรับปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากน้ำเหนือไหลหลาก ไม่ได้มีไว้รองรับพายุที่พัดเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้บริเวณปากแม่น้ำยังไม่มีการก่อสร้างเขื่อน หากเกิดพายุพัดกระหน่ำจริง เขื่อนที่มีอยู่ก็ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมได้ ดร.วัฒนา กล่าวด้วยว่า มีความเป็นห่วงว่าหากช่วงเวลาที่เกิดพายุตรงกับช่วงที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดจะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์พัดกระหน่ำบริเวณชายฝั่ง หากอาคารบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งไม่แข็งแรงก็จะสร้างความเสียหายร้ายแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยามีการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมความพร้อมไว้ด้วย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอพยพผู้ประสบภัย เพราะขณะเกิดเหตุภัยพิบัติหากมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็ว ความเสียหายต่อชีวิตของประชาชนก็จะลดน้อยลง
…..โห….ฟังดูแล้ว มันเหมือนเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ ค่ะ
ไม่น่าเชื่อเลยว่า…..เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นที่บ้านเราจริงจริง
หากเราไม่ระมัดระวัง หรือหามาตรการป้องกันที่ไม่ดีพอ
เหตุการณ์ครั้งนี้…..อาจทำให้ “กทม.จมใต้บาดาล”
ยังไงก็ฝากบอกต่อๆ กันให้ระมัดระวังตัวกันด้วยนะคะ
ตอนนี้ก็คงต้องให้ทุกคนเฝ้าติดตามข่าวจากทางการอย่างใกล้ชิด
ลองดูว่าเค้าเตือนอะไรมาบ้างละกันนะคะ….เป็นห่วงชาวไทยด้วยกันค่ะ

น่ากลัวจัง
By: ต้นแพร on กรกฎาคม 29, 2008
at 8:53 pm
เตรียมตัวยังไงดีอะครับ
ซื้อมาม่ามาตุนไว้ละกัน
By: gangurru on สิงหาคม 4, 2008
at 10:56 pm
3 สัปดาห์ …
เท่ากับ 21 วัน
น้ำดื่ม 2 ลิตร/คน/วัน รวมประมาณ 40 ลิตร/คน
อาหารแห้ง สมมุติว่า มาม่า 21×3 = 63 ห่อ/คน
แพคของใช้ เสื้อผ้า เหมือนเวลา ไปเที่ยว สัก 7 วัน คิดว่าพอ
(เพราะไม่ต้องเตรียมหล่อ/สวย)
เตรียมตัวไว้ ไม่เสียหลาย(บาท)
สติดี มีชีวีรอดครับ
: )
By: ขุนอรรถ on สิงหาคม 7, 2008
at 7:23 am
ผมลืมเรื่องไฟ และ ตัวช่วย อีกสองสามอย่าง
- ไฟฉาย พร้อมถ่าน สัก 10 แพค (1 แพค/2 วัน)
- แบตมือถือสำรอง สักก้อน (วันก่อน เห็นเครื่องชาร์ตมือถือ ด้วยถ่านไฟฉาย .. ลองหาซื้อดู คิดว่าไม่แพงกว่าค่าเนทรายเดือน)
- เตาแก๊ส ปิกนิค (ใครรู้ว่าราคาเท่าไหร่ วานบอก)
- เทปกาว หน้ากว้าง / เชือกฟาง สักม้วน … เตรียมไว้ ไม่แพง
- สมุดโน๊ต ปากกา ปากกาเคมีหัวใหญ่ …คงได้ใช้ ถ้าจำเป็น
: )
By: ขุนอรรถ on สิงหาคม 7, 2008
at 7:37 am
โห คุณขุนอรรถ…..รอบคอบดีจังค่ะ
แต่….กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ
By: bobejeji21 on สิงหาคม 7, 2008
at 8:42 am
พัทยาด้วยหรือเปล่า
By: run on สิงหาคม 15, 2008
at 10:23 am
ข้อให้พระเจ้าคุ้มครอง
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด….แล้วตะกุดจะคุ้มครอง
งงงง
By: tumjung on สิงหาคม 16, 2008
at 1:37 am
ปัจจุบันสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะฉะนั้น ไม่ประมาทเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ ฟังหูไว้หู ฟังข้อมูลทั้งสองฝั่ง ฟังขอ้มูลข่างสารจาก t.v. ตลอดเพื่อเตรียมตัวได้ทันท่วงที
By: แมวอ้วน on สิงหาคม 18, 2008
at 10:44 pm
ใช่ค่ะ ระมัดระวังและติดตามข่าวสารไว้…… ภาวนาไม่ให้มันเกิดขึ้น ค่ะ
By: bobejeji21 on สิงหาคม 19, 2008
at 1:04 pm
ถ้าเหตุการณ์เหตุขึ้นจริงคงวุ่นวายน่าดู เตรียมการไว้ก็ดี พรุ่งนี้คงต้องไปซื้อมาม่า ปลากระป๋อง แล้วก็น้ำ ไว้ก่อนแล้วล่ะ
By: app on สิงหาคม 19, 2008
at 9:05 pm
ที่ว่าเดือนสิงหาคม-ตุลาคมเป็นของปีไหนค่ะ ช่วยบอกด้วยด่วน
ขอบคุณ
By: ออย on กุมภาพันธ์ 27, 2009
at 4:41 pm
โทษทีค่ะ ข่าวนี้เป็นข่าวของปีที่แล้วค่ะ 2008
By: bobejeji21 on กุมภาพันธ์ 27, 2009
at 10:32 pm